สื่อคณิตศาสตร์

โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี)

รูปการสอน

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

ข้อสอบปลายภค วิชาการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

1.) คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยต่างกับคณิตศาสตร์ประถมศึกษาหรือไม่ พร้อมให้เหตุผล
ตอบ เหมือนกัน เพราะการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการเตรียมความพร้อมด้านทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อไปศึกษาต่อในระดับประถมศึกษา โดยธรรมชาติของการเรียนรู้ทักษะคณิตศาสตร์ ต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอนจากง่ายไปสู่ยาก โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่องจำนวน หากเด็กยังไม่เข้าใจความหมายของจำนวน เด็กก็ไม่สามารถเรียนรู้ทักษะอื่นๆที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การบวก ลบ ต่อไปได้ ดังนั้นการพัฒนาทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์จึงจำเป็นต้องจัดประสบการณ์ด้านคณิตศาสตร์ตั้งแต่ระดับเด็กปฐมวัยเพื่อให้รู้ทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ไปศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวโยงกันในระดับปฐมวัย จึงเป็นสิ่งที่ครูจะละเลยไม่ได้ สิ่งที่ครูต้องตระหนักอย่างมากคือ จะใช้วิธีการใดที่จะทำให้เด็กเกิดทักษะคณิตศาสตร์ได้อย่างเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์
2.) การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยผู้สอนต้องศึกษาเรื่องใดและมีหลักการจัดประสบการอย่างไร
ตอบ ผู้สอนควรศึกษาสาระสำคัญทางคณิตศาสตร์ของแต่ละสาระ ในกรอบมาตราฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย และเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ซึ่งประกอบด้วย 5 สาระสาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
สาระที่2 การวัด
สาระที่ 3 เรขาคณิต
สาระที่ 4 พีชคณิต
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
หลักการสอนคณิตศาสตร์ครูปฐมวัยที่ดีนอกจากจะเข้าใจพัฒนาการเด็ก ธรรมชาติของการเรียนรู้ของเด็ก และขอบข่ายของหลักสูตรอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังจะต้องเป็นผู้ที่รู้และเข้าใจหลักการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยอย่างดีด้วย
1. สอนให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเด็กมองเห็นความจำเป็นและประโยชน์ของสิ่งที่ครูกำลังสอน ดังนั้นการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็กปฐมวัยจะต้องสอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
2. เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ที่ทำให้ “พบคำตอบด้วยตนเอง” ครูปฐมวัยที่มีประสิทธิภาพ จะต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับคณิตศาสตร์หลากหลายแบบ และเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีความสะดวกสบายและยืดหยุ่น มีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้หยิบถือเล่นวัตถุปละพบปะผู้คน สภาพการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวจะสนับสนุนให้เด็กได้ค้นพบคำตอบด้วยตนเอง และพัฒนาความคิดและความคิดรวบยอดได้เองในที่สุด
3. มีเป้าหมายและมีการวางแผนอย่างดีการสอนคณิตศาสตร์เด็กปฐมวัยโดยวิธีเน้นให้เด็กเรียนรู้จากการทำกิจกรรมด้วยตนเอง มิใช่เป็นการปล่อยให้เด็กเล่นไปตามยถากรรม แต่ทั้งนี้ครูจะต้องมีการวางแผนและเตรียมการเพื่อให้เด็กค่อย ๆ พัฒนาการเรียนรู้ขึ้นเอง และเป็นไปตามแผนที่ครูวางไว้
4. เอาใจใส่ในเรื่องการเรียนรู้และลำดับขั้นของการพัฒนาความคิดรวบยอดของเด็กสิ่งสำคัญที่ครูจะต้องคำนึงถึงในการส่งเสริมประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ก็คือ ครูจะต้องมีความเอาใจใส่ในเรื่องการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะลำดับขั้นการพัฒนาความคิดรวบยอด และทักษะทางคณิตศาสตร์ โดยคำนึงถึงหลักทฤษฎีที่กล่าวมาแล้ว
5. ใช้วิธีการจดบันทึกพฤติกรรมหรือระเบียบพฤติการณ์ เพื่อใช้ในการวางแผนและจัดกิจกรรมวิธีการที่จะช่วยให้ครูวางแผนและจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็ก ทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ก็คือ การจดบันทึกด้านทัศนคติ ทักษะ และความรู้ความเข้าใจของเด็กในขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ และขณะที่เด็กเล่นอย่างเสรีในหลาย ๆ สถานการณ์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
6. ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์เดิมของเด็ก เพื่อสอนประสบการณ์ใหม่ ในสถานการณ์ใหม่ ๆประสบการณ์ทางด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย อาจเกิดจากกิจกรรมเดิมที่เคยทำมาแล้ว หรือเพิ่มเติมขึ้นอีก ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องเดิมแต่อาจอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
7. รู้จักใช้สถานการณ์ขณะนั้นให้เป็นประโยชน์ครูปฐมวัยที่เชี่ยวชาญย่อมรู้จักใช้สภาพการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ และเห็นได้ขณะนั้นมาทำให้เกิดการเรียนรู้ด้านจำนวน 8. ใช้วิธีการสอดแทรกกับชีวิตจริง เพื่อสอนความคิดรวบยอดที่ยาก ๆ การสอนความคิดรวบยอดเรื่องปริมาณ ขนาด และรูปร่างต่าง ๆ จะต้องอาศัยการสอนแบบค่อย ๆ สอดแทรกไปตามธรรมชาติ อาจใช้วิธีการสนทนาพูดคุยแบบตะล่อมเข้าหา
9. ใช้วิธีให้เด็กมีส่วนร่วมหรือปฏิบัติการจริงเกี่ยวกับตัวเลขเช่นในวันที่มีอากาศผิดปกติ ครูควรให้เด็กได้อ่านเทอร์โมมิเตอร์อันใหญ่ที่แขวนอยู่ในห้องเรียน และมีการบันทึกอุณหภูมิลงในปฏิทินด้วย เพื่อเปรียบเทียบกับอุณหภูมิในวันอื่น ๆ และใช้ในการอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอากาศ การนับเลขอย่างอื่น
10. วางแผนส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ทั้งที่โรงเรียนและบ้านอย่างต่อเนื่องในการวางแผนการสอน ครูควรวิเคราะห์และจดบันทึกด้วยว่ากิจกรรมชนิดใดที่ควรส่งเสริมให้มีบ้านและที่โรงเรียน โดยยึดถือความพร้อมของเด็กเป็นรายบุคคลเป็นหลัก และมีการวางแผนร่วมกันกับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้ทราบว่า ตนเองควรส่งเสริมลูกได้อย่างไรและในเรื่องใด เป็นทั้งการตอกย้ำในเรื่องเดิม และการขยายขอบเขตของการเรียนรู้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
11. บันทึกปัญหาการเรียนรู้ของเด็กอย่างสม่ำเสมอเพื่อแก้ไขปรับปรุงนอกจากนี้ครูบางคนอาจใช้วิธีจดบันทึกชื่อของเด็กไว้ใต้หัวข้อหนึ่ง ๆ เพื่อให้ทราบว่าเด็กคนใดยังไม่มีความเข้าใจ และต้องจัดกิจกรรมเพิ่มเติมอีก
12. คาบหนึ่งควรสอนเพียงความคิดรวบยอดเดียวการสอนคณิตศาสตร์เด็กปฐมวันในแต่ละคาบ ครูควรสอนเพียงความคิดรวบยอด (Concept) เดียว เช่น เรื่องเพิ่มหรือลด สำหรับเรื่องการเพิ่มหรือการบวก (Addition) นับว่าเป็นคณิตศาสตร์ขั้นแรกสุดที่เด็กอนุบาลเรียนรู้ได้ เริ่มตั้งแต่ “เราต้องการบล็อกอีกอันจึงจะพอนะ” จากนั้น เด็กจะเรียนรู้การลดหรือการลบ (Subtraction) เช่น “ถ้าให้บล็อกเธอไปอีกอันเราก็มีบล็อกเท่ากันนะซิ” นี่แสดงว่าเด็กสามารถเข้าใจเรื่องการลบและการบวกไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้เด็กจะต้องมีความเข้าใจเรื่องการบวกมาก่อนแล้ว โดยอาศัยกิจกรรมที่ครูจัดให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง มีการนับกันจริง ๆ จึงเกิดการเรียนรู้ได้
13. เน้นกระบวนการเล่นจากง่ายไปยากการสร้างความคิดรวบยอดเกี่ยวกับตัวเลข (Concept of Number) ของเด็กปฐมวัยจะต้องผ่านกระบวนการเล่น มีทั้งแบบจัดประเภท (Classifying) เปรียบเทียบ (Commparing) และจัดลำดับ (Ordering) กระบวนการเล่นเหล่านี้ยังต้องอาศัยการนับ เศษส่วน รูปทรงและเนื้อที่ว่าง การวัด การจัดและการเสนอข้อมูล ซึ่งล้วนแต่เป็นพื้นฐานไปสู่ความเข้าใจคณิตศาสตร์ขั้นสูงที่เป็นนามธรรมต่อไป
14. ครูควรสอนสัญลักษณ์ตัวเลขหรือเครื่องหมายเมื่อเด็กเข้าใจสิ่งเหล่านั้นแล้วการใช้สัญลักษณ์ตัวเลขหรือเครื่องหมายกับเด็กปฐมวัยจะทำได้ก็ต่อเมื่อเด็กได้ฝึกฝนจนเข้าใจความหมายดีแล้ว
15. ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเรียนคณิตศาสตร์การเตรียมพร้อมเด็กให้เก่งคณิตศาสตร์นั้น จะต้องฝึกให้เด็กได้พัฒนาการทางด้านสายตาก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าหากเด็กไม่สามารถใช้สายตาในการจำแนกจัดแบ่งประเภทแล้ว เด็กก็จะมีปัญหาด้านการเรียนรู้กับคณิตศาสตร์ได้
3.) จงเลือกและอธิบายสาระทางคณิตศาสตร์ที่ท่านทราบมา 2 สาระ
ตอบ สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
1. จำนวนนับใช้บอกจำนวนของสิ่งต่างๆ
2. จำนวนนับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า...เป็นจำนวนที่นับเพิ่มขึ้นทีล่ะหนึ่งตามลำดับ
3. ศูนย์ไม่ใช่จำนวนนับ
4. ตัวเลขเป็น เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้เขียนแสดงจำนวน
5. สัญลักษณ์พื้นฐานที่ใช้เขียนแสดงจำนวน เรียกว่า เลขโดด ในระบบฐานสิบมี 10 ตัวดังนี้ตัวเลขฮินดูอารบิก ได้แก่ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9
ตัวเลขไทย ได้แก่ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙
อ่านว่า หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ ตามลำดับ
6. จำนวนสองจำนวนเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน จะมีค่าเท่ากัน มากกว่ากัน หรือ น้อยกว่ากันอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
7. การเรียงลำดับจำนวนอาจเรียงจากน้อยไปหามาก หรือจากมากไปหาน้อย
8. การบอกอันดับที่ของสิ่งต่างๆ จะต้องกำหนดสิ่งเริ่มต้นก่อน แล้วจึงจัดอันดับ
9. ที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า... เป็นการบอกอันดับที่
10. การรวมตัวเป็นการนับรวมจำนวนต่างๆ สองกลุ่ม ได้ผลรวมมากขึ้น
11. การแยกเป็นการนำจำนวนสิ่งต่างๆ ออกจากกลุ่มใหญ่ แล้วบอกจำนวนที่เหลือ
สาระที่ 2 การวัด
1. การวัดความยาวของสิ่งต่างๆเป็นการหาความยาวตามแนวนอน การวัดความสูงเป็นการหาความยาวแนวตั้ง
2. การวัดความยาว ความสูง ของสิ่งต่างๆ อาจใช้เครื่องมือวัดที่มีหน่วยไม่ใช่หน่วยมาตราฐาน
3. ยาวกว่า สั้นกว่า สูงกว่า เตื้ยกว่า /ต่ำกว่า ยาวเท่ากัน/สูงเท่ากัน เป็นคำที่ใช้ในการเปรียบเทียบความยาว /ความสูงของสิ่งต่างๆ
4. การรียงลำดับความยาว/ ความสูง อาจเรียงจากน้อยไปหามากหรือมากไปน้อย
5. การชั่งน้ำหนักของสิ่งต่างๆอาจใช้เครื่องวัดชั่งน้ำหนักที่มีหน่วยไม่ใช่มาตราฐาน
6. หนักกว่า เบากว่า หนักเท่ากัน เป็นคำที่ใช้ในการเปรียบเทียบน้ำหนักของสิ่งต่างๆ
7. การเรียนงลำดับน้ำหนักของสิ่งต่างๆอาจเรียงจากน้อยไปหามากหรือจากมากไปหาน้อย
8. การตวงของสิ่งต่างๆ อาจใช้เครื่องมือตวงที่มีหน่วยไม่ใช่หน่วยมาตราฐาน
9. ปริมาตรมากกว่า ปริมาตรน้อยกว่า ปริมาตรเท่ากัน เป็นคำที่ใช้ในการเปรียบเทียบปริมาตรของสิ่งต่างๆ
10. การเรียงลำดับปริมาตรของสิ่งต่างๆ อาจเรียงจากน้อยไปหามาก หรือจากมากไปหาน้อย
11. เงินเหรียญและธนบัตร เป็นสิ่งที่ใช้ในการซื้อขาย
12. ตัวเลขที่ด้านหลังเงินเหรียญ บอกค่าของเงินเหรียญแต่ละเหรียญ
13. ตัวเลขที่อยู่บนธนบัตร บอกค่าของธนบัตรแต่ละฉบับ
14. บาท เป็นหน่วยของเงินไทย
15. เวลาแต่ละวันแบ่งเป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือ กลางวันและกลางคืน
16. เช้า เที่ยง เย็น เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ เป็นคำที่ใช้บอกช่วงเวลาต่างๆ
17. 1 สัปดาห์ มี 7 วันเรียงลำดับดังนี้ วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์
4.จงอธิบายขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นในการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ตอบ ทักษะสังเกต จำแนกและเปรียบเทียบ
เป็นทักษะเริ่มต้นในการเรียนและเป็นทักษะพื้นฐานในการเรียนคณิตศาสตร์
1. ทักษะเกี่ยวกับตัวเลขและจำนวนเด็กสามารถเปรียบเทียบจำนวนมากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน การเพิ่มหรือลดลงของจำนวน
หรือปริมาณได้
1. ความรู้สึกเชิงจำนวน เกิดขึ้นเองภายในของแต่ละคนเกี่ยวกับจำนวน การใช้จำนวน ตีความจำนวนได้หลากหลาย รวมทั้งความสามารถในการนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา
2. พัฒนาการเกี่ยวกับจำนวน การพัฒนาความคิดรวบยอดของเด็ก
- ขั้นก่อนการนับ เข้าใจแต่ยังไม่สามารถสื่อความหมายได้ชัดเจน
- ขั้นความเข้าใจเชิงอันดับที่ เข้าใจคำถามว่าอันไหนใหญ่ที่สุด
- ขั้นความเข้าใจเชิงการนับ
- ขั้นความเข้าใจหลากหลายระหว่างจำนวน
3. ทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับจำนวน
3. ทักษะเชิงมิติสัมพันธ์
1. รูปทรงและพื้นที่
- เรขาคณิต สัมพันธ์กับชีวิตประจำวัน เช่น ลักษณะบ้าน รูปร่างของกล่อง
- เรขาคณิตไปใช้ในการจัดประสบการณ์
- พัฒนาทักษะการคิด 4 ขั้นตอน 1. ระลึกได้ 2. พื้นฐาน
3. ขั้นวิเคราะห์ 4. ขั้นสร้างสรรค์
- การให้เหตุผลแบบอุปนัยกับนิรนัย
- พัฒนาความคิดโดยการให้เหตุผล เปิดโอกาสให้เด็กค้นหา
2. จุด เส้น มุม และระนาบ
3. รูปเรขาคณิต 2 มิติ กับ 3 มิติ
4. ทักษะการวัด
1. ธรรมชาติของการวัด
2. ความยาวและอาณาเขต
3. น้ำหนัก
4. เวลาและเงิน
5. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
- การแก้ปัญหา
- การให้เหตุผล
- การเชื่อมโยง
- ภาษาและการสื่อสาร
- คิดริเริ่มสร้างสรรค์
6. ภาษา คำศัพท์และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
- ภาษากับการพัฒนาความคิดรวบยอด
- ภาษากับการแก้ปัญหา
- ภาษาและคำศัพท์ทางคณิตศาสตร์
5.) ท่านมีวิธีการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยอย่างไรได้บ้าง พร้อมยกตัวอย่างกิจกรรม
ตอบ วิธีการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดได้พูดเกี่ยวกับคำศัพท์ใหม่ๆ และให้เขาได้สร้างความคิดรวบยอดได้ การฝึกหัดและการมีส่วนช่วยงานบ้านในชีวิตประจำวัน คือ วิธีการหนึ่งที่เด็ก จะรู้สึกสนุกกับการเล่นสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านและช่วยเหลืองานบ้าน เช่น จัดโต๊ะอาหาร ไปจับจ่ายซื้อของ ให้อาหารสัตว์เลี้ยง ทำแซนวิช เก็บของให้เข้าที่ กิจกรรมใดๆ ที่เปิดโอกาสให้มีการวางแผน จัดแบ่งหมวดหมู่ จับคู่ เปรียบเทีย หรือจัดลำดับ ล้วนมีคุณค่าทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเด็กจะยังเล็กเกินกว่าจะเข้าช่วยงานบ้านที่คุณกำลังทำ คุณก็สามารถปล่อยให้พวกเขาได้เฝ้าดูคุณทำและพูดคุยถึงสิ่งที่คุณกำลังทำก็ได้ เช่น การเล่นชุดแม่ครัวหัวป่า วิธีการเล่นมีดังนี้
ประกอบด้วยของเล่นต่อไปนี้กะทะพลาสติกเล็กๆ เพื่อใช้ประกอบอาหารหรือกะทะของจริงขนาดเล็กๆก็ได้เตาและตู้เก็บของจากวิธีทำข้างล่างนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถทำเองได้ง่ายๆ
1. หากล่องขนาดใหญ่ที่แข็งแรง (เช่น กล่องโทรศัพท์ ตู้เย็น) แล้วปิดฝาทุกด้านให้สนิท
2. ปะกระดาษแข็งบนฝากล่องด้านบนเพื่อให้มีพื้นที่เรียบ
3. ใช้มีดกีรดเจาะฝากล่องด้านหนึ่งทำเป็นประตูเปิดปิด
4. ทา/พ่นสี ให้ทั่วเอให้สวยงามทนทาน (สีปลอดสารพิษ)

5. วาดรูปวงกลมเล็กๆ บนฝากล่องทำเป็นรูปเตา พร้อมทั้งวาดรูปปุ่มที่กดเปิดปิดเหมือนของจริง

6. ทำที่เปิดปิดประตูตู้อบด้วยกระดาษแข็งจามจัวอย่างในรูป

7.อ่างล้างชามเล็กๆและถังน้ำ หาซื้อได้จากร้านค้าทั่วไป

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553

วันนี้เป็นการเรียนการสอนคาบสุดท้ายค่ะ ซึ่งการเรียนการสอนในวันนี้มีลายละเอียดดังนี้ คือ-การสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยแต่ละหน่วยควรสอนอย่างไร ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้เป็นการจัดสภาพแวดล้อมที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากกิจกรรมที่หลากหลายตามความสนใจและความสามารถของเด็ก เทคนิคการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย เช่น แบบสังเกต เป็นต้นและอาจารย์ได้สั่งงานให้นักศึกษาเขียนบันทึกครั้งสุดท้ายลงใน blog เป็นครั้งสุดท้าย และสรุปการเรียนการสอนที่เรียนมาทั้งหมดให้เรียบร้อย

หน่วยดอกไม้(งานกลุ่ม)


แผนการจัดการเรียนรู้




หน่วยเรื่อง ดอกไม้(แหล่งที่พบ) กิจกรรม เสริมประสบการณ์ ชั้นอนุบาล 2

ขั้นนำ
1.ครูร้องเพลงดอกกุหลาบ
ดอกกุหลาบต่างพันธ์ สวยงามสดสี
เหลือง แดง ม่วง มี แสด ขาว ชมพู
2.ครูสนทนากับเด็กๆเกี่ยวกับแหล่งที่พบดอกกุหลาบว่าเด็กๆเคยเห็นคอกกุหลาบที่ไหนกันบ้าง
3.ครูพาเด็กๆออกไปทัศน์ศึกษาที่ตลาดเพื่อไปดูดอกกุหลาบและครูให้เด็กๆสังเกตดอกกุหลาบดังนี้
- ในร้านมีกุหลาบสีอะไรบ้าง
- แม่ค้าขายกุหลาบราคาเท่าไหร่
- นอกจากกุหลาบแล้วในร้านมีดอกไม้
อะไรบ้างและเด็กๆอย่าลืมถามแม่ค้านะค่ะว่ากุหลาบเอามาทำอะไรได้บ้าง
4.ครูบอกเด็กๆว่าขณะเดินทางไปตลาดให้เด็กๆสังเกตว่าระหว่างทางมีอะไรบ้าง
ขั้นสอน
1.ครูและเด็กสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการออกไปทัศน์ศึกษาดูดอกกุหลาบที่ตลาด
2. ครูถามคำถามเด็กๆว่าระหว่างเดินทางไปตลาดเด็กๆเห็นอะไรระหว่างทางบ้างค่ะ
3. ครูแจกกระดาษให้เด็กๆแต่ละคนวาดรูปสถานที่ที่เด็กๆได้พบเห็นดอกไม้ จากนั้นให้อาสาสมัค1คนออกมาเล้าให้เพื่อนฟัง
ขั้นสรุป
เด็กๆช่วยกันบอกสถานที่ที่พบเห็นดอกไม้


วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บันทึกการเข้าเรียนวัน11 กุมภาพันธ์ 2553

สวัสดีค่ะวันนี้มีการนำเสนอการสอนของกลุ่ม A หน่วย แมลง เพื่อนๆกลุ่มA มีเทคนิคการสอนที่หลากหลายและแทรกคณิตศาสตร์เข้าไปด้วย ก่อนที่เพื่อนจะนำเสนออาจารย์ก็ให้พวกเรานักศึกษาลงชื่อ Practicum 2 และอาจารย์แจ้งให้นักศึกษาของ2โรงเรียนที่ต้องย้ายที่ฝึกใหม่ ซึ่งโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัยที่ดิฉันไปสังเกตก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเราทุกคนในกลุ่มต่างตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าต้องย้าย ยิ่งกว่านั้นอาจารย์ให้ออกไปหนึ่งคนอีกด้วย พวกเราเลยไปขออาจารย์ให้เป็น 2 คนเพราะจะได้มีเพื่อนไปด้วยกัน สุดท้ายก็เป็นเพื่อนทั้ง2คนของดิฉันที่ต้องออก พวกเราในกลุ่มเสียใจมากที่ต้องแยกกัน แต่ไม่นานก็กลับมาดีใจอีกครั้งที่ได้กลับมาอยู่โรงเรียนเดิมต้อง ขอบคุณอาจารย์มากๆค่ะที่เห็นใจพวกเรา ตลอดการนำเสนอทั้ง 2 กลุ่ม พวกเราได้คำแนะนำมากมาย และจะนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไข ซึ่งจะนำไปใช้ในการสอนต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ

บันทึกการเข้าเรียนวัน 10 กุมภาพันธ์ 2553

วันนี้เป็นวันที่พวกเรามีการเรียนการสอนชดเชย อาจารย์ให้นักศึกษานำเสนอการสอน พร้อมกับแผนการสอน โดยอาจารย์ให้กลุ่ม A หรือB กลุ่มใดก็ได้ออกก่อน แต่อยากให้พวกเราเริ่มตั้งแต่อนุบาล 1 แต่ไม่มีเพื่อนกลุ่มไหนออกก่อน พวกเรากลุ่ม B หน่วย ดอกไม้ อนุบาล 2 เลยออกก่อน พวกเราในกลุ่มตื่นเต้นมากๆค่ะ ต่างคนต่างเตรียมสื่ออุปกรณ์ที่เตรียมมาให้พร้อม พอถึงคิวของดิฉันที่ต้องสอนหน่วย แหล่งที่พบดอกกุหลาบ เป็นการสอนในวันที่ 4 ค่ะ พอสอนไปได้หน่อยหนึ่งอาจารย์ก็คอมเม้น ว่า เรื่องแหล่งที่พบของดอกของกุหลาบไม่ค่อยตรงประเด่น และให้ข้อแนะนำถึงเทคนิคการสอนว่าควรปรับให้เป็นนิทานหรือคำคล้องจองดีกว่า เพราะสิ่งที่เตรียมมา คือ การวาดรูปแหล่งที่พบดอกกุหลาบ ซึ่งมันเป็นกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ไม่ใช่กิจกรรมกิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์ และอาจารย์ก็ให้ไปแก้ไขแผนการสอนให้สมบรูณ์ พอเพื่อนๆนำเสนอครบ5 วันแล้ว อาจารย์ก็ให้พวกเราไปปรับเปลี่ยนการสอนที่ให้ต่อเนื่องกัน เปรียบเหมือนการเขียนแผนคนเดียวให้เข้าใจและสอดคล้องกัน หลังจากนั้นก็เป็นกลุ่มอนุบาล 1และ 3 อาจารย์ก็ให้คำแนะนำเทคนิคแตกต่างๆกันไป ทำให้ดิฉันได้รับความรู้ในการจัดการเรียนการสอนได้มากมาย

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บันทึกการเข้าเรียนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553

วันนี้อาจารย์กำหนดส่งแผนการสอน แต่พวกเรายังทำไม่ถูกต้อง อาจารย์จึงเปิดดูงานของแต่ละคนแล้วแนะนำวิธีการสอนและเทคนิคของแต่ละคน มาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง แล้ววันพุธหน้ามีการเรียนชดเชย โดยให้พวกเราเตรียมการสอนพร้อมสื่ออุปกรณ์ให้เรียบร้อย

บันทึกการเข้าเรียนวันที่ 28 มกราคม 2553

วันนี้อาจารย์ได้ตรวจงานของนักศึกษาที่ส่งงานในแต่ละกลุ่ม เรื่อง แผนการสอนซึ่งในแต่ละกลุ่มก็ได้เรื่องที่แตกต่างกัน กลุ่ม Aเรื่องแมลงและ กลุ่มB เรื่องดอกไม้ ซึ่งจากการดูงานของนักศึกษาในแต่ละกลุ่มที่ส่งมา อาจารย์ได้ให้นักศึกษาช่วยกันระดมความคิดเห็นเพิ่มเติม ในแต่ละกลุ่ม ซึ่งก็ได้ข้อเสนอแนะ และคำแนะนำต่างๆเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข ให้ได้เนื้อหาที่ครอบคลุม และสมบูรณ์มากกว่าเดิมค่ะ

บันทึกการเข้าเรียนวันที่ 21 มกราคม 2553

วันนี้เราได้เรียนห้องคอมพิวเตอร์อย่างเดิม อาจารย์ตรวจงานที่นักศึกษาส่ง แต่ว่างานเปิดไม่ได้ อาจารย์ได้อธิบายเพิ่มเติมในบางส่วนที่ต้องส่งงาน โดยให้นำงานจากเดิมมาแบ่งเป็น 3 ช่วง ตามระดับอายุ แล้วคุยกันว่าจะอยู่ระดับไหน โดยให้มีการแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่มใหญ่ ระหว่างกลุ่ม A และ B กลุ่มของดิฉันเราได้กลุ่มB ค่ะ พวกเราเลือกหน่วยดอกไม้ค่ะ แล้วก็ได้ชั้นอนุบาล 2ด้วยสำหรับงานอีกอย่างหนึ่งที่อาจารย์มอบหมายให้คือ การร้อยลูกปัดเข้ากับลวดกำมะหยี่ แล้วอาจารย์ก็อธิบายว่าการร้อยลูกปัดเกี่ยวกับคณิตศาสตร์อย่างไร จนทุกคนเข้าใจค่ะ

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 14 มกราคม 2553

วันนี้ได้เปลี่ยนห้องเรียนมาเป็นห้องเรียน มาเป็นห้อง233 ค่ะมันทำให้พวกเราตั้งใจฟังอาจารย์สอนมากกว่าเดิม คงเป็นเพราะว่าไม่มีคอมพิวเตอร์ให้พวกเราแอบเล่นทุกคนจึงมีสมาธิต่อการเรียนและการตอบคำถาม อาจารย์ให้เพื่อนแบ่งกลุ่มละ 5 คนเขียนแผนคนละวัน โดยเลือกหน่วยที่ดีที่สุด แล้วมาเขียนแผนทั้งหมด 5 วัน เปรียบเสมือนครูคนเดียว พร้อมทั้งสรุปเป็น Mind Mepper รวบรวมส่งE- mailเป็นกลุ่มค่ะ

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

สวัสดีค่ะ เราไม่ได้มีการเรียนการสอนมา 2 สัปดาห์แล้ว เนื่องจากตรงกับวันสอบกลางภาค และ วันหยุดปีใหม่ วันนี้อาจารย์อธิบายถึง คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย มีหัวข้อดังต่อไปนี้- คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์- มาตรฐานการวัดในระบบเมตริก- ลักษณะหลักสูตรที่ดี- หลักการสอน- หลักการสอนทางคณิตศาสตร์- ขอบข่ายทางคณิตศาสตร์สำหรับเนื้อหาโดยสรุปจากการเรียนการสอน คือ- ในเรื่องของตัวเลขนั้น ควรให้เด็กได้คิดเห็น เขียนเอง ควรอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็กด้วย เช่น การเขียนวันที่ อายุ เลขห้อง เบอร์โทร น้ำหนัก ส่วนสูง บ้านเลขที่ จำนวนสมาชิกในห้อง จำนวนสมาชิกในบ้าน ฯลฯ - สำหรับมาตรฐานการวัดระบบเมตริก : "ใช้เครื่องมือไม่เป็นทางการในการวัด" เช่น ฝ่ามือ แก้ว กระป๋อง- ความเชื่อมั่นของเด็กจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเด็กทำเองด้วยความเต็มใจโดยครูเป็นผู้สนับสนุนและคอยเป็นกำลังใจหลักการสอนคณิตศาสตร์
1. สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน เช่น การรินนมครึ่งแก้ว เต็มแก้ว
2. เปิดโอกาสให้เด็กพบคำตอบด้วยตัวเอง เช่น กล้วยหนึ่งหวี เด็กกัดกี่คำจึงหมด
3. มีเป้าหมายและการาวงแผนอย่างดี
4. เอาใจใส่เรื่องการเรียนรู้และลำดับขั้นของพัฒนาการ ความคิดรวบยอด
5. ใช้วิธีการจดบันทึกพฤติกรรม
6. ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์เดิม
7. รู้จักใช้สถานการณ์ขณะนั้นให้เป็นประโยชน์
8. ให้เด็กมีส่วนร่วมเกี่ยวกับตัวเลข
9. ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
10 เน้นกระบวนการเล่นจากง่ายไปหายากบรรยากาศในการเรียนหนาวเหมือนทุกครั้งที่เรียนอาจารย์ซักถามเพื่อนนักศึกษา แต่ก็มีบ้างที่ตอบคำถามไม่ได้ แต่อาจารย์ก็จะพูดและยกตัวอย่างให้เข้าใจจนเพื่อนๆสามารถตอบๆได้ อาจารย์ยังสั่งให้นักศึกษาเขียนรายบุคคลแผนการเรียนการสอน โดยมีการคณิตศาสตร์เข้าไปสอดแทรกกับกิจกรรม แล้วส่งE- mail ให้กับอาจารย์ สำหรับในวันนี้ก็ได้ความรู้ไปเยอะมากค่ะคุ้มค่ากับการที่อยู่ไปหลายวัน

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

ความหมายความสำคัญของคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

วันเสาร์, ธันวาคม 12, 2009

ความหมาย ความสำคัญของคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ความหมายของคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยคณิต" หมายถึง การนับ การคำนวณ วิชาคำนวณ การประมาณ "คณิตศาสตร์" หมายถึง วิชาว่าด้วยการคำนวณหรือตำราคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่มีความจำเป็นในการประกอบอาชีพ เช่น ด้านกสิกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ผู้มีอาชีพเป็นสถาปนิก วิศวกรออกแบบ และควบคุมการก่อนสร้าง นักวิทยาศาสตร์คิดค้นสิ่งแปลก ใหม่ นักเศรษฐศาสตร์มีความจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ ความสามารถ เกี่ยวกับคณิตศาตร์ หรือตัวเลขต่าง ๆ ในการปรกอบกิจกรรมนั้น ๆปัจจุบันนี้คณิตศาสตร์ได้เข้ามามีความสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากเราจะพบว่าทั้งเด็กเเละผู้ใหญ่จะใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาในชีวิตประจําวันอยู่ตลอดเวลา ทั้งในบ้านและนอกบ้าน เช่น การอ่านราคาสินค้า การซี้อขายสินค้าการบอกเวลา เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนจะได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคณิตศาสฅร์ให้ดี และฐานต้องยิ่งขึ้นเพื่อที่จะได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คณิตศาสตร์เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ปกครองและครูให้ความสนใจ คณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่ว่าด้วยนามธรรม ที่อาศัยสัญลักษณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาแทนนามธรรม ภาษาคณิตศาสตร์จะนำเด็กไปสู่ความเข้าใจโลก และสรรพสิ่งรอบตัวเกี่ยวกับ ปริมาณ จำนวน ตำแหน่ง มิติ และเวลา การเรียนรู้คณิตศาสตร์ จึงจำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าใจสัญลักษณ์เหมือนกับการเรียนภาษาพูด ตัวเลขจึงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดที่เราต้องทำให้เด็กเข้าใจให้ได้ มิใช่ทำให้เด็กจดจำตัวเลขให้ได้ ด้วยการท่อง 1- 10 หรือเขียนตัวเลขได้ การทำซ้ำๆ โดยใช้สิ่งของใกล้ตัว ของจริง ลองนับ จับคู่จำนวนกับตัวเลข ทำบ่อยๆ จนเกิดความแม่นยำ จะจดจำได้นาน เมื่อเด็กเข้าใจจำนวนและตัวเลขแล้วจึงค่อยเสนอกฏเกณฑ์ที่ใช้กับตัวเลขเหล่านั้นโยงให้เห็นความหมายระหว่างตัวเลข เครื่องหมาย ที่แทนจำนวน ปริมาณที่มีอยู่ และเปลี่ยนไป กฏเกณฑ์นี้ต้องค่อย ๆ ไต่ไปตามลำดับ จากง่ายไปสู่ซับซ้อน การทำซ้ำ ทำให้เกิดวงจรในสมอง จนเกิดความแม่นยำ ทำให้มีความเข้าใจในกระบวนการของคณิตศาสตร์ชัดเจนเด็กปฐมวัยเรียนรู้คณิตศาสตร์มิใช่เฉพาะเรื่องจำนวน และตัวเลข เด็กสามารถที่จะเรียนรู้ได้ดีด้วยการสังเกต เปรียบเทียบจำนวนสิ่งของที่มากกว่าหรือน้อยกว่า สั้น-ยาว สูง- ต่ำ ใหญ่-เล็ก หนัก-เบา ลำดับ เพิ่ม-ลด หรือแม้แต่ปริมาตรมาก-น้อย ของสิ่งที่บรรจุในภาชนะ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องหรือของจริงใกล้ตัว เด็กจะเห็นเป็นรูปธรรมทำให้เข้าใจได้ง่ายทำอย่างไรให้คณิตศาสตร์เป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็ก ซึ่งแน่นอน อะไรที่สนุก เด็กต้องชอบ ดังนั้นความสนุกจึงเป็นแรงจูงใจที่วิเศษ การเรียนรู้คณิตศาสตร์จากเกม ปริศนาต่างๆ ที่ท้าทาย และไม่ยากเกินวัยเด็ก สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน มองเห็นจากของจริง เด็กจะเข้าใจง่าย สนุกสนานและประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ การเรียนรู้ บนพื้นฐานของอารมณ์ที่สนุกและชอบ...ย่อมเพิ่มพลังในการเรียนรู้แหล่งที่มา : จรรยาพร ยอดแก้ว ศึกษานิเทศก์ สพท.นครปฐม เขต 1 แหล่งที่มา : http://www.techno.bopp.go.th/ รวบรวม : นางสาวรชตวรรณ ศิริรัตน์ ความสำคัญของคณิตศาสตร์สมทรง ดอนแก้วบัว (2528 : 8-12) ได้สรุปความสำคัญของคณิตศาสตร์ไว้ดังนี้1. ความเป็นผู้มีเหตุผล ในการเรียนการสอนวิชาเรขาคณิต เราต้องใช้เหตุผลมาพิสูจน์โดยใช้ทฤษฎีมาประกอบการพิสูจน์ตามขั้นตอน คุณลักษณะเช่นนี้จะทำให้ผู้เรียนคณิตศาสตร์เป็นผู้ ที่มีเหตุผล2. ความเป็นผู้ที่มีนิสัยละเอียดถี่ถ้วน สุขุมรอบคอบ การเรียนคณิตศาสตร์จะมีการทำแบบฝึกหัด จะทำให้ได้ฝึกฝนความละเอียดถี่ถ้วนและสุขุมรอบคอบ จากการต้องใช้เหตุผล3. ความเป็นผู้ที่มีไหวพริบและปฏิภาณที่ดีขึ้น การทำโจทย์แบบฝึกหัดในวิชาคณิตศาสตร์จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคต่าง ๆ หลายอย่างที่จะนำมาพิสูจน์หาคำตอบ4. เป็นการฝึกพูดและเขียน เมื่อผู้เรียนคณิตศาสตร์ได้คิด แก้ปัญหาตามขั้นตอน วิธีการทางคณิตศาสตร์แล้วก็จะได้พูด เขียน เสนอแนะเหตุผลที่ตนได้ลองผิดลองถูกจนหาคำตอบได้5. เป็นการฝึกใช้ระบบและวิธีการ การเรียนคณิตศาสตร์ เรียนโดยฝึกความละเอียด รอบคอบตามระเบียบแบบแผนและวิธีการ ซึ่งเป็นระบบและวิธีการที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันอรุณี จันทร์ศิลา (2536 : 8) ได้สรุปความสำคัญทางคณิตศาสตร์ไว้ว่า คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญยิ่ง เป็นเรื่องการเรียนรู้กลุ่มประสบการณ์ต่าง ๆ ในอันที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้ถูกต้องเสียตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐานแหล่งที่มา http://www.krooo.com/areework/2.docรวบรวม : นางสาวรัชนี บุตรวาปียุพิน พิพิธกุล (2519 : 1) ได้สรุปความสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์ไว้ว่า คณิตศาสตร์เป็นสิ่งสร้างสรรค์จิตใจ คำว่าคณิตศาสตร์ไม่ใช่หมายความเพียงตัวเลข ซึ่งเกี่ยวกับจำนวนต่าง ๆ และการคำนวณ คณิตศาสตร์มีความหมายมากกว่าพีชคณิตที่จะศึกษาเพียงรูปร่างและขนาด มีความหมายมากกว่าตรีโกณมิติซึ่งเกี่ยวกับการวัดระยะทาง มีความหมายมากกว่าวิชาสถิติ และวิชาแคลคูลัส ฯลฯซึ่งสรุปได้ดังนี้1. คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการคิด เราใช้คณิตศาสตร์เพื่อพิสูจน์อย่างมีเหตุผลว่า ความคิดทั้งหลายนั้นเป็นความจริงหรือไม่ หรือเกือบจะเป็นจริง ด้วยวิธีการคิดจะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาในทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมและอื่น ๆ คณิตศาสตร์ทำให้คนที่รักวิชานี้ กลายเป็นคนอยากรู้อยากเห็น2. คณิตศาสตร์เป็นภาษาอย่างหนึ่ง คณิตศาสตร์เป็นภาษาที่กำหนดเทอม สัญลักษณ์ที่รัดกุม สื่อความหมายได้ถูกต้อง เป็นภาษาที่มีตัวอักษรแสดงความหมายแทนความคิด เช่น อักษรจีน เป็นสัญลักษณ์แทนความคิด สมการ 3+5 = 8 ก็มีความหมายเช่นเดียวกัน คือใช้แทนความคิด เรา ไม่ต้องคิดมากว่าจะอ่านอย่างไร พอเห็นเราก็ทราบ ยิ่งไปกว่านั้น เราใช้อักษรแสดงความหมายแทนความคิดนี้ (ideograms) เป็นเครื่องมือที่จะใช้ฝึกทางสมอง ซึ่งสามารถช่วยเราให้เกิดการกระทำในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การพิสูจน์ที่ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งถ้าเราใช้ภาษาธรรมดาก็ไม่สามารถที่จะทำได้3. คณิตศาสตร์เป็นโครงสร้างที่รวมของความรู้ โครงสร้างของคณิตศาสตร์บางทีก็คล้ายกับโครงสร้างของปรัชญา และศาสตร์ที่เกี่ยวกับศาสนา เพราะเป็นโครงสร้างที่มีเหตุผล ซึ่งเริ่มต้นด้วยอนิยาม จุด เส้น ระนาบในเชิงเรขาคณิต ซึ่งจะอธิบายข้อคิดต่าง ๆ ที่สำคัญ เราจะเห็นว่าในวิชาเรขาคณิตก็มีเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เห็นจริงแล้ว สัจพจน์ คุณสมบัติ กฎ ซึ่งทำให้เกิดความคิดที่จะเป็นรากฐานในการที่จะพิสูจน์เรื่องอื่นต่อไป4. คณิตศาสตร์เป็นการศึกษาเกี่ยวกับแบบแผน ที่ว่ามีแบบแผนนั้น หมายความว่าจะต้องคิดอยู่ในแบบแผน หรือความคิดที่ตั้งไว้ เช่น คลื่นวิทยุ โครงสร้างของโมเลกุล ฯลฯ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องมีแบบแผนของมัน ที่จะจำแนกได้ในทางคณิตศาสตร์5. คณิตศาสตร์เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คณิตศาสตร์เป็นศิลปะอย่างหนึ่งเหมือนกับศิลปะแขนงอื่น ๆ ความงามของคณิตศาสตร์ประกอบด้วยความมีระเบียบ และความกลมกลืนที่เกิดขึ้นภายใน นักคณิตศาสตร์พยายามแสดงออกถึงค่าสูงสุด ของความคิดและความสัมพันธ์ การสำรวจความคิดใหม่ ๆ ทางคณิตศาสตร์ เป็นสิ่งท้าทายให้เกิดความคิดสร้างสรรค์แหล่งที่มา http://gotoknow.org/blog/kru-dutsadee/294221รวบรวม : นางสาวนงนุช พรมบุตรความสำคัญของคณิตศาสตร์คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ ระเบียบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นนอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังช่วยพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสมดุลทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และอารมณ์ สามารถคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขแหล่งที่มา http://mathssrinarongpit.blogspot.com/2007/09/blog-post.htmlรวบรวม : นางสาวสาวิตรี ศรีสังวรณ์ การจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนกลุ่มคณิตศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้องควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ กระบวนการเรียนรู้ควรจัดให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลรวมทั้งวุฒิภาวะของผู้เรียน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดคำนวณพื้นฐาน มีความสามารถในการคิดในใจ ตลอดจนพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ได้อย่างเต็มศักยภาพการจัดเนื้อหาสาระให้แก่ผู้เรียนโดยคำนึงถึงความยากง่าย ความต่อเนื่อง ลำดับขั้นตอนของเนื้อหา รวมทั้งจัดให้มีกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนได้ทั้งความรู้และทักษะกระบวนการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ได้ทั้งทางคณิตศาสตร์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตประจำวัน ในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การเชื่อมโยงความรู้ และการเสริมสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้น ทำได้หลายวิธี และต้องคำนึงถึงลำดับขั้นของการเรียนรู้โดยจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง รวมทั้งปลูกฝังนิสัยในการรักในการศึกษาและแสวงหาความรู้ทางคณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง- การส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนการสอน รวมทั้งอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้และมีความรู้ทางคณิตศาสตร์พื้นฐานที่สำคัญและจำเป็น ทั้งนี้ ควรให้การสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถดำเนินการวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในชั้นเรียนให้เป็นไปอย่างมีศักยภาพ- การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้ทุกเวลา สถานที่ ควรมีการ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและบุคคลทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาคณิตศาสตร์ เช่น สถานศึกษา โรงเรียน บ้าน สมาคม ชมรม ชุมนุม ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนคณิตศาสตร์สร้างสรรค์ ห้องกิจกรรมคณิตศาสตร์ หรือห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์ มุมคณิตศาสตร์ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ศึกษานิเทศก์แหล่งที่มา วิไลรักษ์ บุญงาม นักศึกษาปริญญาโท สาขาหลักสูตรการสอน (คณิตศาสตร์)รวบรวม : นางสาววรัญญา สุโขจากความสำคัญของคณิตศาสตร์ที่กล่าวมาข้างต้น สรุปได้ว่าคณิตศาสตร์เป็นทั้งศาสตร์และศิลปะ เป็นการวิชาที่เกี่ยวกับการคิดที่มีเหตุผลสามารถพิสูจน์ได้ เป็นเครื่องมือที่ใช้ฝึกการคิดอย่างมีระบบและวิธีการ สามารถสร้างสรรค์คนให้มีนิสัยละเอียดสุขุมรอบคอบและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
เขียนโดย nat ที่ 9:21 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 12 พฤศจิกายน 2552
วันนี้เป็นวันที่สองที่ได้เข้าเรียนวิชานี้ อาจารย์ก็ให้พวกเราทำบล็อกให้สมบรูณ์ขึ้นคะ ใครขาดตรงไหนก็ให้แก้ไข เติมเต็มให้ครบถ้วนและการเขียนบันทึกการเข้าชั้นเรียนนั้นต้องระบุวันที่และบอกเล่าว่าวันนั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร บรรยากาศการเรียนบันทึกความรู้ ความเข้าใจ และผลงานที่ได้จากการเรียนวันนั้น สอดแทรกความคิดเห็น ความรู้สึก แง่คิด และข้อเสนอแนะต่างที่มีต่อเรื่องนั้น ในการนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ฯ จากนั้นอาจารย์ได้แบ่งกลุ่มนักศึกษาออกเป็น 4-5 คน โดยกลุ่มของฉัน ได้เรื่อง "ความหมายและความสำคัญของคณิตศาสตร์" หายากมากคะเพราะส่วนใหญ่จะให้ความหมายและความสำคัญของระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาคะ ดีนะที่เจองานวิจัย ซึ่งมีเนื้อหาสอดคล้องกับที่หาโดยอาจารย์ปล่อยให้นักศึกษาทำงานในห้อง เมื่อเสร็จแล้วอาจารย์ให้ส่ง E-mail ให้อาจารย์ ในระหว่างนั้นอาจารย์ก็เคลียร์เรื่องเงินค่าเสื้อของเอก กับนักศึกษา บรรยากาศค่อนข้างวุ่นวายนิดหน่อยเพราะเรื่องเงินยังไม่ลงตัว แต่ก็ผ่านพ้นไปได้โดยดีค่ะ...
เขียนโดย nat ที่ 8:33 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552
วันนี้เป็นวันแรกรายวิชาคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย พอรู้ว่าได้เขียนบล็อกก็ดีใจมาก ตอนเเรกเข้าใจผิดว่าจะได้เรียนห้องคอมที่เคยเรียนเมื่อคราวที่แล้ว แต่สุดท้ายก็ได้เรียนที่ห้องคอมฯเก่าๆ คอมฯโหลดช้ามากเลย มันเลยทำให้ไม่อยากทำบล็อกในห้องนี้เมื่ออาจารย์เข้าสอนอาจารย์ก็ให้นักศึกษาเขียนบล็อกเพิ่มอีกหนึ่งบล็อกจากของเก่า จากนั้นก็ให้เพิ่มเติมในส่วนต่างๆของบล็อก เช่น ปฏิทิน นาฬิกา งานวิจัย เพลง บทความ เป็นต้น และ อาจารย์ได้อธิบายถึงแนวการสอน พร้อมบอกวิธีการเขียนเนื้อหาลงในบล็อกว่าควรใส่เนื้อหาอย่างไรไปบ้างและดิฉันจะตั้งใจทำบล็อกให้ดีที่สุด และเรียนรู้จากการค้นคว้าหาความรู้มาเก็บไว้ไหนบล็อกให้มากๆเพื่อเป็นหนังสืออ่านที่ดีอีกเล่มหนึ่งสำหรับตัวเองและผู้อืนได้เกิดประโยชน์สูงสุดคะ